• 3.สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310  สภาพบ้านเมืองแตกฉานเมือง ต่างๆได้ตั้งตนเป็นใหญ่  เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราช ได้สำเร็จก็ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้คืนสู่สภาพเดิม  ต่อมาสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็น ราชธานี ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง และมีการติดต่อค้าขาย กับประเทศในเอเชียและตะวันตกด้วย ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศของไทยในช่วงเวลานี้มีลักษณะเดียวกับอยุธยา 

  •  1.ความสัมพันธ์กับลาว
     
    หลังจากไทยเสียกรุงแก่พม่า ลาวก็ตั้งตนเป็นอิสระจากไทยพระเจ้าตากสินมหาราชปราบก๊กต่างๆให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง พระเจ้าตากสินให้เจ้าพระยาจักรียกทัพไปตีจำปาศักดิ์จนสามารถยึดได้ในพ.ศ.2321 พระเจ้าตากสินให้เจ้าพระยาจักรีไปตีเวียงจันทร์แล้วอันเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี ต่อมา ร.1 พระราชทานพระบางคืนแก่ลาว ใน ร.1ไทยเป็นผู้แต่งตั้งกษัตริย์ลาว ใน ร.2 เจ้าอนุอาสาไปปราบกบฏข่าและสามารถปราบกบฏได้สำเร็จ ใน ร.3 ไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับการปกครองประเทศราชโดยเฉพาะการก่อกบฏของหัวเมืองมลายูและการขยายอิทธิพลของเวียดนามเข้าไปในเขมร
  • 2.ความสัมพันธ์กับหัวเมืองฝ่ายเหนือ
    - พระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพไปขับไล่กองทหารพม่าจากหัวเมืองประเทศราชได้สำเร็จจึงแก้ไขวิธีการปกครอง ให้เมืองต่างๆปกครองตนเองอย่างอิสระไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจเชียงใหม่แต่ขึ้นอยู่กับกรุงธนบุรี - ในสมัยรัชกาลที่ 1 พม่ายกทัพตีกรุงเทพฯเกิดสงครามเก้าทัพ -ในสมัยรัชกาลที่ 2 สนับสนุนให้หัวเมืองฝ่ายเหนือเข้มแข็งและจงรักภักดีต่อกษัตริย์ในกรุงเทพฯ - ในมัยรัชกาลที่ 3 ทรงเห็นความจำเป็นที่ต้องดูแลหัวเมืองเหนืออย่างใกล้ชิด จึงให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆแก่หัว เมืองฝ่ายเหนือ  
  • 3.ความสัมพันธ์กับเขมร   มีลักษณะคล้ายกับสมัยอยุธยา คือ ไทยถือว่าเขมรเป็นประเทศราชของไทย  
  • 4.ความสัมพันธ์กับเวียดนาม   สมัยธนบุรีเกิดการกบฏไกเซินในเวียดนามขึ้น เป็นการสู้รบระหว่างราชวงศ์เหงียนกับกลุ่มชาวเวียดนามซึ่งต่อต้านกษัตริย์ราชวงศ์เหงียน  
  • 5.ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมลายู   - พระเจ้าตากสินจะรวมชาติไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทรงขยายอำนาจไปถึงหัวเมืองภาคใต้แต่ไม่ได้ขยายไป ถึงหัวเมืองมลายู

- สมัยรัชกาลที่ 1 พม่ายกทัพมาตีกรุงเทพ จึงเกิดสงครามเก้าทัพขึ้น จึงทำให้พม่าได้เข้ายึดภาคใต้ ของไทยไปส่วนหนึ่ง

- สมัยรัชกาลที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับหัวเมืองมลายูยังคงเป็นเหมือนเดิม   คือ หัวเมืองมลายูไม่เต็มใจที่จะอยู่ในใต้การปกครองของไทย จึงคิดหาโอกาสเหมือนกับเมืองประเทศราชอื่น     

- สมัยรัชกาลที่ 3 หัวเมืองมลายูต้องการเป็นอิสระจึงคอยหาโอกาสก่อกบฏอยู่เสมอ จึงเป็นเหตุให้หัวเมืองมลายู เอาใจอังกฤษเพื่อให้อังกฤษคุ้มครองตนเอง จึงทำให้ไทยเกิดพะวงในการปราบปรามกบฏในหัวเมืองมลายู 

  • 6.ความสัมพันธ์กับพม่า   สมัยธนบุรี ความสัมพันธ์ไทยกับพม่ายังคงเป็นคู่สงครามต่อเนื่องมาจากสมัยอยุธยา 

   

  • สงครามไทยกับพม่าสมัยธนบุรีครั้งสำคัญ   เช่น ในปลาย พ.ศ.2310 พม่ายกกองทัพมาถึงเมืองบางกุ้ง แต่ก็ถูกไทยตีแตกพ่ายไป มาถึง  

- พ.ศ.2315 – 2316 พม่าตีเมืองพิชัย 2 ครั้ง  

- พ.ศ. 2317 พม่ารบกับไทยที่บางแก้วเขตเมืองราชบุรี ซึ่งพม่าก็แพ้ทุกครั้ง  

- พ.ศ.2318 พม่ายกทัพมาโจมตีเมืองพิษณุโลก แต่ยึดได้ไม่นานก็ถูกไทยตีเอาพิษณุโลกกลับคืน 

-พ.ศ. 2319 ไทยกับพม่าทำสงครามเพื่อแย่งชิงเมืองเชียงใหม่  

- พ.ศ. 2328 สงครามเก้าทัพ เป็นสงครามครั้งที่ใหญ่ที่สุด  

-พ.ศ. 2329 เกิดสงครามท่าดินแดง  

-พ.ศ. 2330 รัชกาลที่ 1 ทรงยกทัพไปตีเมืองทวายของพม่าบ้าง แต่ก็พ่ายออกมา ในสมัยรัชกาลที่ 1 แม้ว่าไทยทำสงครามกับพม่าอยู่หลายครั้งมากกว่ารัชกาลอื่นๆ แต่ปรากฏว่าพม่าพยายามส่งทูตมาไทยหลายครั้ง แต่พม่าก็ไม่ได้มีความจริงใจ  

 

  • 7.ความสัมพันธ์กับจีน   ความสัมพันธ์ในสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นดำเนินภายใต้กรอบ ความสัมพันธ์แบบรัฐบรรณาการ สินค้าไทยที่ส่งไปขายจีนมีกำไรดี โดยเฉพาะ ข้าว ดีบุก พริกไทย น้ำตาล ไม้หอม เครื่องเทศ รังนก สัตว์ป่า เพราะจีนเป็นประเทศที่มีพลเมืองมากและขาดแคลนอาหาร จึงต้องการสินค้าไทยประเภทอาหารและวัตถุดิบ ส่วนสินค้าที่ชาวไทยนิยมซื้อจากจีนคือ ผ้าแพร ผ้าไหม

 

  • 8.ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก   ในรัชกาลที่ 2 และ รัชกาลที่ 3 มีความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกในด้านการค้า การศาสนา และการเมืองเช่นเดียว กับในสมัยอยุธยา ไทยเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับชาวยุโรปอีกครั้งหนึ่ง จากเจ้าเมืองมาเก๊าของโปรตุเกส เกิด นโยบายรอคอยและเฝ้าดู  เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับประเทศไทยในขณะนั้นเนื่องจากไทยต้องการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก แต่ก็ไม่ยอม ตกลงตามข้อเรียกร้องของชาติตะวันตกทุกประการ  

 

  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4 –พ.ศ.2475   รัชกาลที่ 4 ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อพ.ศ. 2394 หลังจากได้ทรงผนวชมาเป็นเวลาถึง 27 ปีในพ.ศ. 2398 อังกฤษได้ส่ง เซอร์จอห์น เบาว์ริง เดินทางมายังประเทศไทยและได้ตกลงทำสนธิสัญญากันเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2398 สนธิ สัญญาฉบับนี้ไทยเสียเปรียบอังกฤษหลายประการ และสนธิสัญญาฉบับนี้ยังไม่มีการกำหนดอายุการบอกเลิก แต่ ไทยยอมทำสัญญานี้เพราะรัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่า ถึงเวลาที่ไทยจะต้องเปลี่ยนวิเทโศบายเพื่อประโยชน์ 2 ประการ คือ เพื่อความปลอดภัยของประเทศและเพื่อปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก  

  • ในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้เองไทยได้ส่งราชทูตไปเจริญพระราชไมตรียังประเทศในยุโรปเป็นครั้งแรก ในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยต้องเผชิญกับการคุกคามของชาติตะวันตกเป็นครั้งแรก  เมื่อฝรั่งเศสได้เข้าคุกคามดินแดนเขมรซึ่งเป็นประเทศราชของไทย เราจึงต้องสูญเสียดินแดนเขมรส่วนนอก ให้กับฝรั่งเศสไปในปีพ.ศ. 2410  

 

  •  การรักษาเอกราชบูรณภาพของพระราชอาณาเขตในสมัยรัชกาลที่ 5 การรักษาเอกราชของประเทศเป็น จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของประเทศในพ.ศ. 2436 (ร.ศ.112) ไทยได้เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสอ้างว่า ญวนและเขมรเคยมีอำนาจเหนือลาวมาก่อน เมื่อญวนกับเขมรเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ดินแดนต่างๆเหล่านี้ก็ควรตกเป็นของฝรั่งเศสด้วย  วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 นี้นับว่าไทยสูญเสียดินแดนครั้งสำคัญ โดยต้องยอมยกดินแดนลาวเกือบทั้งหมดให้แก่ฝรั่งเศส ขณะที่เกิดข้อพิพาทเป็นวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 นั้นฝรั่งเศสถือโอกาสส่งกองทัพไปยึดจันทบุรีไว้ อ้างว่า เพื่อเป็นประกันให้ไทยปฏิบัติตามเงื่อนไข ครั้นไทยปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้ไปแล้ว ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมถอนทหารออกจากเมืองจันทบุรี รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่าเมืองจันทบุรี เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ จึงขอเจรจาเปลี่ยนดินแดนที่อยู่ห่างไกลให้แทน  

 

  • การจ้างที่ปรึกษาราชการชาวต่างประเทศ  

       ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยมีการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยในทุกๆด้าน รัฐบาลไทยประสบปัญหา ขาดแคลนบุคคลากรจึงต้องจ้างที่ปรึกษาราชการชาวต่างประเทศ มีถึง275คนด้วยกัน

 

  •   การเจริญพระราชไมตรีกับต่างประเทศ      การต่างประเทศในรัชกาลที่ 6 การคุกคามของจักรวรรดินิยมตะวันตกที่มีต่อไทยลดน้อยลงไปมาก เนื่องจากอังกฤษและฝรั่งเศสตกลงประนีประนอมกันเพื่อรักษาสถานอำนาจของทั้งสองประเทศไว้        
  •  การดำเนินการด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัชกาลที่6 คือ การที่ไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1  และเป็นฝ่ายชนะสงคราม ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการขอเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาต่างๆที่ไม่เสมอภาค ที่ได้ทำไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 4   
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศช่วงหลังพ.พศ.2475-สงครามโลกครั้งที่ 2

   ในสมัยนี้ไทยมีความสัมพันธ์กับต่างประเทศบนความเสมอภาคและยุติธรรม พร้อมกับตั้งอยู่บน ความคิดแบบชาตินิยม       ปัจจัยที่ส่งผลกำหนดการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในช่วงหลังพ.ศ. 2475 มีอยู่2 ปัจจัยด้วยกัน  

  • ปัจจัยภายใน ได้แก่ ลัทธิชาตินิยมในกลุ่มคณะราษฎร์ที่ต้องการสร้างประเทศไทยสู่ความเป็นชาติมหาอำนาจ
  •  ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ปัจจัยความล้มเหลวขององค์กรสันนิบาตชาติในการระงับเหตุการณ์กรณีพิพาท ที่เกิดจากชาติมหาอำนาจ

 

edit @ 9 Jan 2008 20:58:09 by historia

edit @ 9 Jan 2008 20:59:37 by historia

Comment

Comment:

Tweet

มีเนื้อหานอยมากๆangry smile tongue question

#30 By คน (111.84.208.99) on 2011-07-07 21:05

อยากได้เนื้อหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัยชาดิเอเชียในยุคสุโขทัยช่วยตอบด้วบ

#29 By กาละบัง (124.157.144.119) on 2011-01-25 15:42

ชอบๆ ขอบคุนค่ะ cry surprised smile double wink wink cry

#28 By ไบโอนี่คิเรอิ (124.122.43.200) on 2010-09-29 10:43

มีประโยชน์ค่ะแต่เนื้อหามากๆเลยค่ะ--

#27 By สาลิสา (124.122.43.200) on 2010-09-29 10:40

ขอบคุณครับที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

#26 By ต้อง (182.93.165.67) on 2010-09-10 23:31

...

#25 By 1233 (110.168.113.102) on 2010-07-21 19:01

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#24 By (110.164.126.123) on 2010-07-16 07:06

#23 By (110.164.126.123) on 2010-07-16 07:06

ดีมากเลย
embarrassed question angry smile open-mounthed smile

#22 By (114.128.100.211) on 2010-06-12 11:02

ขอบคุงคร่าๆๆๆๆๆๆๆ
อยากได้อย่างนี้มานานแย้วๆๆๆๆๆๆๆๆ
เนื้อหาDมั่กม๊ากกกกกกก จน งง!
ลาก่อน! บาย ทักทายน๊าconfused smile

#21 By N'เฟริ์น (113.53.89.198) on 2010-02-24 10:50

ก้ดีอ่ะนะเนื้อหาไม่ยาวมาก
กำลังทำรายงานพอดีหาง่ายดีเนอะ
ขอบคุงคร๊า
☺☺☺☺cry double wink big smile open-mounthed smile

#20 By รถเมล์ (113.53.89.198) on 2010-02-24 10:49

ขอบคุงคร่าๆๆๆๆๆๆๆ
อยากได้อย่างนี้มานานแย้วๆๆๆๆๆๆๆๆ
เนื้อหาDมั่กม๊ากกกกกกก จน งง!
ลาก่อน! บาย ทักทายน๊าconfused smile

#19 By N'เฟริ์น (113.53.89.198) on 2010-02-24 10:46

กำลังทำรายงานพดีเลยน่าจะให้หาง่ายๆหน่อย แล้วก็เอาแบบ อ่นง่ายๆเข้าใจง่ายหน่อยเสียเวลาอ่านtongue

#18 By jam (115.67.101.127) on 2010-02-03 19:33

ขอบคุนงับ

--

#17 By ก้าว (124.120.69.241) on 2010-01-04 18:40

embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed ม่ายรุเรื่องเลย

#16 By BERSERK (125.27.180.15) on 2009-12-24 17:39

ครอบครุนมากคร้าฟทรายงานได้เลยcry confused smile

#15 By sam-_- (124.121.166.117) on 2009-10-31 16:07

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#14 By (113.53.58.255) on 2009-07-20 16:33

เนื้อหาเยอะดีจนไม่รู้เรื่อง sad smile tongue cry

#13 By ตุ๊กตุ่น (203.113.114.164) on 2009-07-01 14:28

#12 By (202.143.163.3) on 2009-06-18 18:52

ขอบคุฯค่ะ
ปล. จะเอาไปอ่านสอบนะค่ะ

#11 By ฟ้า (58.9.3.37) on 2009-02-25 09:54

เนื้อหาเยอะจังเยยยย


หนูย่อไม่ถูกเลยค่ะ


#10 By pangpond (117.47.39.225) on 2009-02-18 09:23

ขอบคุณค่ะ หาเร่องทำรายงานส่งอาจารย์อยู่พอดีเลย^^

#9 By สุณัตตา (210.86.209.85) on 2009-01-29 20:10

มีเนื้อหาน้อยangry smile tongue

#8 By asd (202.149.25.197) on 2009-01-26 19:32

ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ wink

#7 By ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ (202.149.25.197) on 2009-01-26 19:29

ขอบคุณมากหาแบบนี้มานานแล้ว open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#6 By นัช (118.174.112.150) on 2009-01-25 19:41

ขอบคุณฮะ

#5 By (124.121.152.153) on 2009-01-21 17:20

มีเนื้อหาอีกใหม อยากได้เนื้อหามากๆ เกี่ยวกับความสำพันธ์กับชาติตะวันตกconfused smile double wink

#4 By ◙ jaek ◙ 404 ◙ (117.121.208.2) on 2009-01-07 09:44





ขอบคุณมากๆเลยครับทำงานเสร็จเลย

#3 By MOs@@@ (125.26.52.35) on 2009-01-04 19:32

กำลังหาเรื่องทำรายงานอยู่พอดีค่ะ

ขอบคุณมากๆ

#2 By ChULly_D@O on 2008-06-07 20:57

มีรายละเอียดดีจัง อ่านเเล้วได้ประโยชน์ดีค่ะ~

#1 By [空 -清子] on 2008-01-09 21:17